ยินดีต้อนรับเข้าสู่องค์การบริหารส่วนตำบลฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สายด่วนนายกฯ โทร 097-9745667 สายด่วนรองนายกฯ โทร 062-9593906 , 099-4124330

 

ปลัด

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ภารกิจผู้บริหาร




ศาลปกครอง

ปราบปรามทุจริต

E-Learning



ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอบต

ศูนย์ดำรงธรมม







สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 17/06/2563
วันนี้
24
เมื่อวานนี้
35
เดือนนี้
871
เดือนที่แล้ว
1,219
ปีนี้
5,377
ปีที่แล้ว
7,663
ทั้งหมด
15,835
ไอพี ของคุณ
44.200.25.51

วัดพระเจ้าโท้

          วัดพระเจ้าโท้ ใน อ.ฮอด เป็นวัดเด่น วัดสวยและมีประวัติศาสตร์ จนอยากจะมาแนะนำให้ได้ไปเที่ยวชมกัน
      การเดินทางมายังวัดพระเจ้าโท้นั้น ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ขับรถผ่านแยกหอนาฬิกาอำเภอฮอด และขับรถตรงไปทางถนนสายอารยธรรมทางหลวงหมายเลข 1012 (ฮอด - บ.วังลุง) ผ่านสามแยกไปอำเภอดอยเต่า ผ่านโรงพยาบาลฮอด ผ่านวัดหลวงฮอด และขับรถตรงไปเรื่อยๆ จากสามแยกไปอำเภอดอยเต่าถึงวัดพระเจ้าโท้ ประมาณ 12 กิโลเมตร ด้วยกัน วัดพระเจ้าโท้ แต่เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุเจดีย์สูง มีหลวงพ่อพระเจ้าโท้ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญคู่บ้านคู่เมืองพิสดาร (เมืองฮอด) มาตั้งแต่สมัยโบราณตามตำนานจามเทวีวงค์ กล่าวไว้ว่า พระนางเจ้าจามเทวีทรงสร้าง ในปี พ.ศ.1200 ซึ่งในขณะนั้นพระนางเจ้าจามเทวี ได้เสด็จมาทางชลมาศ(เรือ) พร้อมด้วยข้าราชบริพารทั้งหลายเพื่อจะไปครองเมืองหริภุญชัย(เมืองลำพูนปัจจุบัน) ระหว่างการเสด็จนั้น เหล่าข้าราชบริพารทั้งหลาย ได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้พระนางเจ้าจามเทวีทรงโทรมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชดำริให้บำเพ็ญพระราชกุศลแด่ ข้าราชบริพารเหล่านั้น จึงได้มีพระราชเสาวนีย์ตรัสปรึกษากับพญาแขนเหล็ก พญาบ่เพ็ก พญาแสนโท พร้อมกับเสนาอำมาตย์และราชครูทั้งหลายว่าเราควรรู้จัก หยั่งขบวนเสด็จนะที่นี้ เพื่อจักทำการกุศลเพื่อจะได้สร้างเมืองบริเวณนี้ (วัดพระเจ้าโท้เมืองฮอดในปัจจุบัน) รวมทั้งได้ก่อสร้างพระพุทธเจ้าเจดีย์องค์สารูปต่างๆ ซึ่งพระนางจามเทวีได้พระราชทานนามเมืองว่า "พิสดารนคร" (เมืองฮอดในปัจจุบัน) ภายหลังพิสดารนครถึงการล้มสลายด้วยการโจมตีของพม่าเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ต้องประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พิสดารนครที่เคยรุ่งเรืองมาแต่ก่อน จึงได้ถูกเปลี่ยนขนานนามว่า "เมืองหอด" ซึ่งแปลว่า แห้งแล้ง , โหยหา , อ่อนล้า , อับจน

        ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ ให้มีความเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์และมีความโดดเด่นด้านการเกษตร เมื่อมีความเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์แล้ว "เมืองหอด" แต่เดิมที่ชาวบ้านเรียกขาน ได้ถูกเปลี่ยนแปลงและขนานนามว่า "เมืองฮอด" ซึ่งแปลว่า ความสำเร็จ , ลุล่วง ถึงจุดหมายปลายทาง เป็นที่ขนานนามเรียกว่า "เมืองฮอด" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
        ในสมัยนั้นเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ประมาณ 5 เดือน จึงทำให้วัดทุกวัดรวมถึงวัดพระเจ้าโท้เมืองฮอด ที่ตั้งอยู่บริเวณเมืองพิศดารนครกลายเป็นวัดร้างจนมาถึงในปี พ.ศ.2514 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการนำของท่าน ดร.อำนวย ยศสุข ร่วมกับ กำนันสงบ กันทะแก้ว พร้อมด้วยคณะศรัทธาชาวบ้านในอำเภอฮอด ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดพระเจ้าโท้ เมืองฮอดที่ถูกปล่อยรกร้างมานาน พร้อมกันนั้นได้ร่วมใจกันสร้างวิหารครอบองค์หลวงพ่อพระเจ้าโท้ และสร้างอนุเสาวรีย์องค์พระนางเจ้าจามเทวี ไว้เป็นที่สักการบูชาของพระพุทธศาสนิกชนทั่วไป ถ้าหากมีโอกาสก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมวัดพระเจ้าโท้ใน อ.ฮอด กันได้วัดพระเจ้าโท้ ใน อ.ฮอด เป็นวัดเด่น วัดสวยและมีประวัติศาสตร์ จนอยากจะมาแนะนำให้ได้ไปเที่ยวชมกัน
การเดินทางมายังวัดพระเจ้าโท้นั้น ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ขับรถผ่านแยกหอนาฬิกาอำเภอฮอด และขับรถตรงไปทางถนนสายอารยธรรมทางหลวงหมายเลข 1012 (ฮอด - บ.วังลุง) ผ่านสามแยกไปอำเภอดอยเต่า ผ่านโรงพยาบาลฮอด ผ่านวัดหลวงฮอด และขับรถตรงไปเรื่อยๆ จากสามแยกไปอำเภอดอยเต่าถึงวัดพระเจ้าโท้ ประมาณ 12 กิโลเมตร ด้วยกัน วัดพระเจ้าโท้ แต่เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุเจดีย์สูง มีหลวงพ่อพระเจ้าโท้ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญคู่บ้านคู่เมืองพิสดาร (เมืองฮอด) มาตั้งแต่สมัยโบราณตามตำนานจามเทวีวงค์ กล่าวไว้ว่า พระนางเจ้าจามเทวีทรงสร้าง ในปี พ.ศ.1200 ซึ่งในขณะนั้นพระนางเจ้าจามเทวี ได้เสด็จมาทางชลมาศ(เรือ) พร้อมด้วยข้าราชบริพารทั้งหลายเพื่อจะไปครองเมืองหริภุญชัย(เมืองลำพูนปัจจุบัน) ระหว่างการเสด็จนั้น เหล่าข้าราชบริพารทั้งหลาย ได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้พระนางเจ้าจามเทวีทรงโทรมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชดำริให้บำเพ็ญพระราชกุศลแด่ ข้าราชบริพารเหล่านั้น จึงได้มีพระราชเสาวนีย์ตรัสปรึกษากับพญาแขนเหล็ก พญาบ่เพ็ก พญาแสนโท พร้อมกับเสนาอำมาตย์และราชครูทั้งหลายว่าเราควรรู้จัก หยั่งขบวนเสด็จนะที่นี้ เพื่อจักทำการกุศลเพื่อจะได้สร้างเมืองบริเวณนี้ (วัดพระเจ้าโท้เมืองฮอดในปัจจุบัน) รวมทั้งได้ก่อสร้างพระพุทธเจ้าเจดีย์องค์สารูปต่างๆ ซึ่งพระนางจามเทวีได้พระราชทานนามเมืองว่า "พิสดารนคร" (เมืองฮอดในปัจจุบัน) ภายหลังพิสดารนครถึงการล้มสลายด้วยการโจมตีของพม่าเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ต้องประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พิสดารนครที่เคยรุ่งเรืองมาแต่ก่อน จึงได้ถูกเปลี่ยนขนานนามว่า "เมืองหอด" ซึ่งแปลว่า แห้งแล้ง , โหยหา , อ่อนล้า , อับจน
        ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ ให้มีความเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์และมีความโดดเด่นด้านการเกษตร เมื่อมีความเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์แล้ว "เมืองหอด" แต่เดิมที่ชาวบ้านเรียกขาน ได้ถูกเปลี่ยนแปลงและขนานนามว่า "เมืองฮอด" ซึ่งแปลว่า ความสำเร็จ , ลุล่วง ถึงจุดหมายปลายทาง เป็นที่ขนานนามเรียกว่า "เมืองฮอด" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน    ในสมัยนั้นเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ประมาณ 5 เดือน จึงทำให้วัดทุกวัดรวมถึงวัดพระเจ้าโท้เมืองฮอด ที่ตั้งอยู่บริเวณเมืองพิศดารนครกลายเป็นวัดร้างจนมาถึงในปี พ.ศ.2514 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการนำของท่าน ดร.อำนวย ยศสุข ร่วมกับ กำนันสงบ กันทะแก้ว พร้อมด้วยคณะศรัทธาชาวบ้านในอำเภอฮอด ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดพระเจ้าโท้ เมืองฮอดที่ถูกปล่อยรกร้างมานาน พร้อมกันนั้นได้ร่วมใจกันสร้างวิหารครอบองค์หลวงพ่อพระเจ้าโท้ และสร้างอนุเสาวรีย์องค์พระนางเจ้าจามเทวี ไว้เป็นที่สักการบูชาของพระพุทธศาสนิกชนทั่วไป ถ้าหากมีโอกาสก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวชมวัดพระเจ้าโท้ใน อ.ฮอด กันได้


 
02 มีนาคม 2565